สิงหาคม

13

diaryของอโหสิ

รู้สึกตัว

 

3 วันผ่านไปกับความอึดอัดที่ต้องอยู่เฉยๆ โดยไม่ปรุงแต่งขันธ์ใดๆ

 

ทำตามที่ครูบาอาจารย์สั่งมา รู้เท่าที่จะรู้ได้ จิตเริ่มดิ้นรนอยากส่งออกนอก

 

แต่เรารู้ทันเสียแล้วเพราะครูบาอาจารย์บอก อยากดิ้นรนก้ดิ้นรนไป

 

เราก็แค่ตามรู้ตามดูเฉยๆ เราเริ่มรู้สึกตัวขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉยเมยซื่อบื้อเหมือนช่วงที่ผ่านมา

 

โดยเฉพาะตอนตื่นนอน จะเห้นความคมชัดของจิตผู้รู้พอควรเลยแหละ

 

ครูบาอาจารย์เคยบอกว่า ธรรมดาของนักปฏิบัติ พอตื่นเช้าจิตก็จะรีบไปหยิบฉวยเอาอะไรมาดู

 

เราเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่เราเห็นแค่ว่า พอรู้สึกตัวตื่น

 

จิตจะรีบไปจ้องสภาวะอะไรสักอย่าง แต่ละวันไม่เหมือนกัน

 

พอรู้ว่าจ้องกริบเดียวจริงๆโดยเราไม่ไปแทรกแซง จิตเขาก็จะทำงานของเขาต่อ

 

โดยเราไม่ต้องไปดึงกลับมาหรืออะไรทั้งสิ้น จิตก็จะแค่รู้ลงปัจจุบัน

 

ปัจจุบันสั้นนิดเดียว กระพริบตาทีเดียว ปัจจุบันก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว

 

เชื่อครูบาอาจารย์และทำตามที่ท่านสั่งสอน โดยเฉพาะถ้าเป็นการสอนเฉพาะตน

 

เมื่อเราทำตามแล้วจะเห็นผลเร็วมาก เรารู้สึกตัวว่า ตอนนี้จิตโปร่ง โล่ง เบา สบาย

 

เจริญสติเป็นขณะๆ ไม่เอ๋อๆเหมือนช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ไม่ดิ้นรน วุ่นวายหรือไขว่คว้า

 

แค่รู้แค่ดูอยู่เฉยๆ เราเริ่มรู้สึกแล้วว่า การภาวนานี่มันง่ายนะ ผิดกับเมื่อ4เดือนก่อน

 

ที่เราว่ามันยากมากเลย ก็เพราะเราอีกน่ะแหละที่ไปทำให้มันยาก

 

ซึ้งกับครูบาอาจารย์ที่ท่านทนยากลำบากเหน็ดเหนื่อยกับการพร่ำสอนพวกเราว่า

 

หัวใจหรือสิ่งที่เป็นกุญแจของการปฏิบัติ ที่จะไขเราไปสู่ความเข้าใจ

 

เปิดประตูของความเข้าใจในธรรมะนั้น คือความรู้สึกตัว

 

ไม่ว่าเราจะปฏิบัติด้วยกรรมฐานชนิดใดก็ต้องทำด้วยความรู้สึกตัว

 

ถ้าขาดความรู้สึกตัวเสียอย่างเดียว ก็ไม่มีวันบรรลุมรรคผลนิพพานได้

 

เพราะฉนั้นจุดสำคัญก็คือ ต้องรู้สึกตัวให้เป็นเสียก่อน เพราะฉนั้น

 

ความรู้สึกตัวนี้เป็นแก่น เป็นหัวใจที่สำคัญ ครูบาอาจารย์เจ้าขา ณ.ขณะนี้

 

ลูกกลับมารู้สึกตัวได้แล้ว หลังจากที่ไม่รู้สึกตัวมาเป็นเดือนๆ ทำให้รู้ได้ว่า

 

การภาวนามีเจริญแล้วเสื่อม เจริญแล้วเสื่อม ได้ทุกขณะ

 

อย่าประมาท และอย่าท้อถอย ในขณะเดียวกัน ก็อย่าขยันจนเกินจริง

 

ขอน้อมกราบลงแทบเท้าครูบาอาจารย์ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

 

ขอน้อมถวายความรู้สึกตัวเป็นปฏิบัติบูชา เป็นอาจาริยบูชา

 

ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ครูบาอาจารย์อยากเห็นลูกศิษย์ทุกคนรู้สึกตัว

 

ลูกจะเพียรถึงที่สุด เพียรแต่ไม่เผลอ และ ไม่เพ่ง


One Response to “diaryของอโหสิ”

  1. j Says:

    ป้าค่ะ…น้อยพยายามติดต่อป้าแล้วแต่ติดต่อไม่ได้จริงๆๆ สายไม่ว่างตลอดไม่ทราบว่า โทรศัพท์เป็นไร …ถ้าคุณป้าว่างรบกวนโทรกลับนะค่ะ…คิดถึงค่ะ..รักษาสุขภาพนะค่ะ

Leave a Reply