สิงหาคม

24

diaryของอโหสิ

เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวแบบง่ายและแบบยาก

 

กว่าจะหลุดออกมาจากหลุมที่ขุดฝังตัวเองไว้แทบเอาชีวิตไม่รอด

 

เราลองหยุดพักการภาวนาไว้ชั่วคราวอยากรู้ว่าจะเป้นอย่างไร

 

เพื่อมันจะดีขึ้น ปรากฏว่าอึดอัดยิ่งกว่าตอนที่ภาวนาไม่เป้นเสียอีก

 

ถึงตอนนี้แล้วรู้ว่าหยุดไม่ได้หรอก ถึงเราไม่ดูสภาวะธรรมเค้าก็จะเกิดของเค้าตลอดเวลาแหละ

 

เมื่อเราแกล้งทำเป้นไม่ดู ก็จะได้เห้นได้รู้สิ่งที่แกล้งๆเช่นกัน

 

เมื่อวานไปกราบครูบาอาจารย์ เรามีครูบาอาจารย์ 2 ท่านที่เราเคารพบูชาเหนือชีวิต

 

ท่านหนึ่งคือหลวงพ่อ อีกท่านเป้นฆราวาส เราขอเรียกท่านว่าอาจารย์พ่อ

 

เพราะท่านเป้นผู้ทำให้เราได้เกิดใหม่เพื่อเรียนรู้ตามจริงของชีวิต

 

เมื่อวานไปกราบหลวงพ่อ ได้ฟังธรรมแล้วจิตใจอาจหาญร่าเริง ถึงคนจะมากไปหน่อย

 

ได้พบยอดกัลยาณมิตรด้วย สนทนากันแล้วเราได้ข้อคิดดีๆติดมาทุกครั้ง

 

พบกันเมื่อไหร่ก็ได้อนุโมทนาบุญกับท่านทุกที ยังความปิติให้เกิดขึ้นเสมอๆ

 

เมื่อวันที่ 20 ได้ไปฟังอาจารย์พ่อบรรยายโดยได้รับความอนุเคราะห์จากลูกศิษย์ท่าน

 

กรุณามารับถึงบ้าน ม่ายงั้นคงอดไปแน่เลย

 

วันนั้นท่านบรรยายเรื่องอะไรจำหัวข้อเรื่องไม่ได้

 

แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือท่านชี้แนะถึงวิธีเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว

 

มี 2 แบบคือ แบบง่าย และแบบยาก ทั้ง 2 แบบเป็นการฝึกทางจิต

 

 เสบียงที่เตรียมง่ายๆ คือการแผ่เมตตาและกรุณา ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป้นทางใจ

 

เราต้องมีแก่ใจที่จะให้ก่อน แล้วค่อยคิดว่าเราจะให้ทุกคน เราจะไม่เบียดเบียน

 

เมื่อจิตสงบสว่างดีแล้ว ก็แผ่ไปให้ทุกๆคน

 

ส่วนการแผ่กรุณานั้นก็คือ ให้มีแก่ใจคิดจะให้เสียก่อน

 

คิดอยากให้ อยากช่วย ทั้งกำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังใจ

 

ให้เรานึกถึงบุญ ทาน คุณงามความดีต่างๆที่เราเคยทำมาจนเกิดปิติแล้วแผ่ไปให้ทุกคน

 

ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า

 

จิตที่ยึดเหนี่ยวพระพุทธเจ้าไว้เป็นสรณะ จะนำไปสู่ความเมตตากรุณาได้ง่าย

 

ส่วนเสบียงที่เตรียมยากคือความเข้าใจถึงกฏแห่งกรรมวิบาก

 

ให้รู้ว่ากายใจนี้เป็นเครื่องมือให้ตัวเองออกจากวังวนแห่งความทุกข์

 

กฏแห่งกรรมวิบากข้อ 1 คือ ให้เรารู้ว่าชีวิตนี้เปรียบเหมือนละคร

 

ละครแต่ละฉากมีเหตุมีผลอยู่เบื้องหลังเสมอ เพื่อเตือนใจให้เราทำแต่ความดี

 

เพราะเดี๋ยวนี้ผู้คนพากันคิดว่า ทำดีแล้วไม่เห็นจะได้ดี

 

ท่านชี้ให้เห็นว่า ทำดีเดี๋ยวนี้ก็ได้ดีทันทีตรงความสบายใจ

 

สบายใจได้เรื่อยๆแล้วเราจะรู้ว่ากฏแห่งกรรมมีจริง ผลทุกอย่างย่อมมาจากเหตุเสมอ

 

ข้อ 2 คือ ชีวิตนี้ไม่เที่ยง อะไรๆก็ไม่ใช่ของเรา มันแปรปรวนตลอดเวลา

 

การออกจากกรงขังคือการออกจากกายใจนี้ให้ได้

 

ด้วยการตามรู้กายใจนี้ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ บังคับไม่ได้

 

การบรรยายในวันนั้นเรารู้สึกเหมือนท่านบรรยายให้เราฟังโดยเฉพาะ

 

เพราะท่านยกตัวอย่างหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตจริงของเราขึ้นมาพูด

 

แต่เราก็เสียดายที่ฟังไม่จบ แว่บออกมาก่อนเพราะทุกขเวทนาจากขันธ์

 

เช้านี้เราเห็นทุกขเวทนาแรงกล้า การภาวนายิ่งเร่งก็ยิ่งแย่

 

แต่เราทำใจได้แล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่เกี่ยวกับเรา ไม่มีเราอยู่ที่ไหนทั้งสิ้น

 

ตอนนี้เห็นแต่ทุกขเวทนา เมื่อมันเห็นจนพอ มันอาจพัฒนาไปเห็นทุกขลักษณะ

 

เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถ้ากิเลศและตัณหาครอบงำจิตไม่ได้ เราก็จะได้เห้นความจริงว่า

 

ที่จริงแล้วมันไม่มีอะไรอยู่เลย

 

ทุกสิ่งเป้นเพียงสมมุตบัญญัต

 

ขอกราบแทบเท้าครูบาอาจารย์

 

**********************************************************

 

คุณน้อยคะ อนุโมทนาบุณนะคะ ตอนนี้โทรศัพท์มันติงต๊อง

 

ใช้ได้แล้วจะส่งข่าวค่ะ ขอให้คุณน้อยมีความสุขค่ะ


3 Responses to “diaryของอโหสิ”

  1. Mookooja Says:

    สวัสดีค่ะคุณน้าธิดา

    กู้มารอตามอ่านอยู่หลายวันเลยค่ะ (มานั่งเห็นใจที่อยากของตัวเอง) คุณยอดบอกว่าจะไปรับคุณน้าธิดาไปฟังการบรรยายธรรมวันที่ 20 ส.ค. ก็ดีใจค่ะ เพราะตัวเองน่ะอยากจะไปรับส่งแต่ติดทำงานค่ะ

    คุณน้าเข้ามาแชร์คำสอนดี ๆ จากอาจารย์พ่อของคุณน้าให้ได้อ่านกันก็ดีใจมากเลยค่ะ ได้มากระตุ้นสติที่หลุดลอย ฟุ้งซ่านของกู้ให้กลับเข้าที่เข้าทางมาหน่อยนึง

    ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมากู้ภาวนาไม่ได้เรื่องเลยค่ะ โมหะเยอะ ใจก็ไม่ตั้งมั่น ไหลไปจมกับความคิดตลอดเวลา สมองก็ไม่แล่นคิดงานก็ไม่ออก ใจไม่อยู่กะเนื้อตัวเลยค่ะ

    จนเมื่อวันเสาร์ที่ 22 ก็ไปช่วยกลุ่มศิษย์วัดปลายนา ขนทรายเข้าวัดค่ะ ช่วยกันตั้งแต่เช้าจนกระทั่งสี่โมงเย็น กลับมาบ้านปวดหัวไมเกรนหนักมากและอาเจียนด้วยค่ะ ก็เห็นถึงกายที่ทุกข์มาก แต่ใจมันนิ่ง ๆ นะคะ ไม่ได้ทุรนทุรายอะไร รู้แต่ว่าปวดหัวมาก ก็เลยนึกถึงคุณน้าขึ้นมาเฉย ๆ แล้วก็หลับไปโดยไม่รู้สึกตัวเลยค่ะ

    ตอนนี้ตื่นเต้นที่ได้เข้ามาอ่านบล๊อกคุณน้ามากเลยค่ะ ดีใจด้วย อ่านซ้ำไปซ้ำมา (^_^)

    อนุโมทนากับคุณน้าด้วยนะคะ
    กู้

  2. j Says:

    อนุโมทนานะค่ะคุณป้าธิดา….คุณป้าใจเย็นๆๆนะค่ะ ขอบคุณที่เขียนตอบน้อยค่ะ…จะรอโทรศัพท์นะค่ะ….คิดๆๆไปจิตใจเราบังคับยากจัง…เมื่อไม่กี่วันเจอเรื่องไม่สบายใจ..แต่พอนึกถึงคำพูดของคุณป้า..ก็พอบังคับให้จิตสงบได้…ขอบคุณสำหรับคำสอนให้ให้สติเรื่อยมานะค่ะ

  3. จรีพร Says:

    คิดถึงคุณแม่นะคะ ติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้เลยค่ะ ตั้งแต่วันแม่ พอดีช่วงนี้ พรก็ไม่ว่างด้วยค่ะ
    พี่ชายคนโตผ่าตัดหัวใจอยู่ที่โรงพยาบาลทรวงอก นนทบุรี พี่น้องอีก 7 คน รวมทั้งลูกหลานอีกหลายคน ตื่นเต้นไปกันหมด แต่พี่ชายมีกำลังใจดีมาก ตอนนี้ก็ปลอดภัยอยู่ระหว่างพักฟื้น
    แต่พรก็ยังเป็นห่วงอยู่ค่ะ เพราะคนไข้ที่ผ่าตัดในวันนั้น ก็มีทั้งปลอดภัย และเสียชีวิต

    ก็ขอร่วมอนุโมทนากับคุณแม่ด้วยค่ะ รักษาสุขภาพนะคะ คงได้พบกันในเร็ววันนี้ค่ะ

    รักเสมอ

    พร

Leave a Reply