พฤศจิกายน

24

Diary ของ อโหสิ

สิ่งที่ได้จากสวนท้อ

เมื่อวานมีโอกาสไปกราบครูบาอาจารย์

นึกว่าจะไม่มีโอกาสซะแล้ว ท่านมาแสดงธรรมที่บ้านอารีย์

 ด้วยความสงเคราะห์ของญาติธรรม

จึงมีที่นั่ง ซึ่งเป็นสิ่งมีค่าที่หาได้ยากยิ่งเหลือเกิน

กับที่นั่งนี่แหละ คงเป็นเพราะหลายๆคน

สงสารที่เราไม่ได้ไปกราบท่านนานมากแล้ว เพราะไม่สบาย

และเหนื่อยจนนั่งรถไม่ไหว

อย่าว่าแต่จะนั่งรถเลย หายใจยังแทบจะไม่มีแรง

มาดีขึ้นเมื่อวันสองวันนี่เอง

เมื่อรู้ว่าครูบาอาจารย์ท่านเมตตามาถึง กทม.

ก็ต้องกัดฟันมากราบท่านให้ได้ แต่ถึงแม้จะตั้งใจมั่นอย่างไร

กิเลศก็ยังมายุแหย่จะไม่ยอมให้เราไปให้ได้เลย

กว่าจะสู้กับกิเลศได้เกือบแพ้เหมือนกัน เข้าใจเลยว่ากิเลศ

มันมีกำลังกล้าแข็งมาก

ยิ่งถ้าเรายอมให้มันครอบงำจิตเราได้แม้เพียงครั้งเดียว

ต่อไปกิเลศก็จะมีกำลังเพิ่มขึ้นทุกที

แล้วจิตเราก็จะอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ

เหมือนอย่างช่วงทั้งเดือนที่ผ่านมา กายป่วย จิตป่วย

จิตก็เลยไปจับกับความวิตกกังวลเดิมๆที่เราเคยผ่านมาได้แล้ว

จิตไปปรุงแต่งให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่

แล้วมันก็ใหญ่ขึ้นจนเข้ามาครอบงำจิตเราหมดสิ้น

หมดสิ้นจนจิตไม่มีกำลังจะทำอะไรเลย

กิเลศพาจิตไปสร้างสวนท้อ จิตก็ตามไปเหมือนกิเลศ

มันเป็นเจ้านายที่ยิ่งใหญ่

สวนท้อก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ต้นท้อค่อยๆ เติบโตขึ้น

ทีละต้น ทีละต้น จนเต็มสวนไปหมด

เราไม่พอใจหรอก

 ไม่ชอบใจมากๆที่ต้นท้อมันเจริญงอกงาม

โดยเราไม่ได้รดน้ำพรวนดินเลย

มันอาศัยกิเลศจากจิตเราเป็นอาหาร เป็นน้ำหล่อเลี้ยงลำต้น

เราได้แต่ทอดอาลัยมองดูการเจริญเติบโตของสวนท้อ

ด้วยความรันทด

จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหลวงพ่อท่านมาแสดงธรรม

ที่ศาลาลุงชินเดือนละครั้งตามปกติ

แต่เราก็ไม่ได้ไปเพราะไปไม่ไหว

ลูกศิษย์ท่านไปฟังกันเยอะเหมือนเดิม มีคนมาเล่าให้ฟังว่า

หลวงพ่อท่านไม่ค่อยสบาย

เทศน์ไป ไอไป แล้วก็จิบน้ำเป็นระยะๆ

ท่านบอกว่า เป็นโยมนี่สบายนะ

ป่วยก็ไม่ต้องมาฟังธรรม เป็นพระน่ะลำบาก

ถึงป่วยก็ต้องมาแสดงธรรม

ได้ฟังแค่นี้แหละจิตมันฮึกเหิมขึ้นมาทันที

ไม่รู้ว่ากำลังมันมาจากไหน แค่ระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์

ที่ท่านยอมเหนื่อยยากลำบากขันธ์

มาแสดงธรรมโปรดลูกศิษย์ คิดถึงตรงนี้จิตมันก็รู้สึกตัว

รู้ ตื่น เบิกบานขึ้นมาทันที

พอรู้สึกตัวก็เริ่มรำพันคร่ำครวญ ก็ยังดีกว่าไม่รู้

มีจิตตั้งมั่นที่จะค่อยๆ

โค่นต้นท้อลงทีละต้น ทีละต้น ด้วยหวังว่าค่อยๆ

โค่นไปเดี๋ยวมันก็จะหมด

แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ โค่นไปมันก็ขึ้นมาใหม่

ตัดไปมันก็ขึ้นมาอีก 

โห เหนื่อยมาก แต่เราไม่ท้อแล้ว เราก็ศิษย์มีอาจารย์เหมือนกัน

 นั่นแน่ อัตตาโผล่เลย พอบอกตัวเองว่าโค่นทิ้ง

เราก็เพียรโค่นไปเรื่อยๆ

ผ่านไปอาทิตย์หนึ่ง เมื่อวานก็ได้มาฟังธรรมครั้งแรก

หลังจากที่ไปทำสวนท้อออกมา

บุญจริงๆได้ที่นั่งแถวที่ 2 ที่นั่งแถวแรกข้างหน้าเราว่างอยู่

เราก็เป็นห่วงว่าที่นั่งใครหนอ

ไม่มีป้ายชื่อติดไว้ด้วย เกรงว่าเขาจะมาไม่ทันฟังธรรม

จนกระทั่งหลวงพ่อท่านมาถึง

แล้วออกมานั่งที่เก้าอี้สำหรับแสดงธรรม

จึงเห็นคุณแม่ชีที่เราเคารพอย่างยิ่งค่อยๆเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวนั้น

เราดีใจมาก เห็นความดีใจ เห็นจิตที่เคลื่อนมารับอารมณ์

มีโอกาสได้กราบท่านใกล้ชิด

จนหลวงพ่อท่านเทศน์จบ คุณแม่ท่านก็รีบลุกขึ้นต้องรีบกลับ

เราก้มลงกราบแล้วกราบเรียนท่านว่า

พักนี้พี่ไม่ค่อยสบาย ไม่ได้ไปกราบคุณแม่นานเลย

คิดถึงคุณแม่มากนะคะ

ท่านเมตตาหันมายิ้มให้เราแล้วบอกว่า ภาวนานะคะ

ภาวนาไว้นะคะ

เสียงท่านเพราะมากแม้ว่าท่านจะพูดค่อยๆ

แต่เหมือนเสียงท่านดังก้องตะโกนอยู่ในหัวใจเรา

เราน้อมรับคำท่านว่า ค่ะ จะเพียรภาวนาต่อไป มีปิติอิ่มเอิบ

คนเริ่มทยอยกลับ

คนมากจนเราลุกไม่ไหว ตาลายไปหมด

โชคดีที่หลานที่ตามมาทีหลังเดินมาหา แล้วพากลับบ้าน

 ถึงบ้านแล้วกำลังใจดีขึ้น

ลองนั่งแล้วใช้โยนิโสพิจารณาถึงเหตุการณ์ต่างๆ

ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ทำไมถึงหลุดเข้าไปในสวนท้อได้ แม้มันจะเป้นอดีตไปแล้ว

แต่อดีตบางอย่างก็น่าจะจำไว้เป็นบทเรียน

ได้ความรู้ว่า เพราะเราไม่แกร่งพอ

 ความตั้งใจที่จะเดินไปบนหนทางแห่งการไม่เกิดไม่ตายนั้น

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องทำเล่นๆ

ต้องเข้มแข็ง อดทน อดกลั้น มีวินัย ทำตามรูปแบบ

โห เยอะเหมือนกันนะ ยัง แค่นี้ยังไม่พอ

ยังต้องมีสิ่งอื่นประกอบอีกมาก

แต่ความอยากที่ทรมานเรามานานมากได้หายไป คือ

ความอยากบรรลุธรรม

เพราะเรารู้ว่าเราภาวนาไม่ดี ถ้าเราภาวนาไม่เอาจริง

ไม่มีทางบรรลุธรรมหรอก

เราเลยหายอยาก ตอนนี้กลัวมากและเข็ดจริงๆ

กับอิทธิพลของกิเลศ แต่สวนท้อนั้นเป็นสวนผลไม้ที่แปลก

แม้เราจะขุดรากถอนโคนมันได้หมดแล้ว

 แต่ผืนดินที่มันเจริญเติบโตขึ้นนั้น

ก็จะกลายเป็นดินที่มีคุณภาพๆไม่ดี ยากที่จะทำการเพาะปลูก

สิ่งใดให้ดีได้ต่อไปโดยเร็ว

แต่คนเราเกิดมาดีกว่าเดียรฉานก็ตรงที่ภาวนาได้นี่แหละ

เราจะตั้งใจค่อยๆรดน้ำ

ฟื้นฟูคุณภาพของดินให้มันดีขึ้น

ไม่เหลือกำลังความสามารถของคนจริงไปได้หรอก

ถ้าเราไม่ใช่คนจริงก็สมควรแล้วที่จะต้องตายไปอย่างไร้ค่า

 มาถึงตรงนี้ ได้พบพระพุทธศาสนา

ได้กราบครูบาอาจารย์ที่ท่านรู้จริง สอนจริง

ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

แล้วยังจะทิ้งไปเสียก็สมควรแล้ว

เหมือนดังที่คุณดังตฤณเคยเขียนไว้ว่า เกิดทั้งน้ำตาไม่น่าอาย

 แต่อย่าตายทั้งน้ำตาก็แล้วกัน

ขอน้อมกราบลงแทบเท้าครูบาอาจารย์

ด้วยความระลึกรู้พระคุณอย่างที่สุด

ขอบพระคุณญาติธรรมกัลยาณมิตรทุกๆท่านนะคะ

ที่กรุณาเข้ามาช่วย comment ได้โปรดช่วยกันต่อไป

ซาบซึ้งในความรัก ความเอื้ออาทร

ของทุกท่านมากมาย

เรามาจับมือไว้แล้วเดินไปด้วยกันบนเส้นทางธรรมนะคะ

อนุโมทนากับทุกท่านค่ะ

ขอให้เจริญในธรรมโดยทั่วถึงกัน ขอธรรมรักษาทุกท่านค่ะ

ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่บ้านอารีย์ทุกท่านค่ะ

ขอขอบคุณอาสาสมัคร

ณ.บ้านอารีย์ทุกท่านด้วยค่ะ


13 Responses to “Diary ของ อโหสิ”

  1. j Says:

    ดีใจที่คุณป้าได้ไปฟังธรรม…..สู้ๆๆนะค่ะเป็นกำลังใจให้กันเสมอค่ะ

  2. Mookooja Says:

    ดีใจมากมายที่วันนี้เข้ามาในบล๊อกคุณน้า แล้วเห็นว่าคุณน้าเข้ามาเขียนบล๊อก
    ดีใจตั้งแต่คุณน้ามีแรงไปฟังธรรมที่บ้านอารีย์แล้วค่ะ
    ดีใจที่คุณน้ามีกำลังใจในการภาวนามากขึ้น กู้ก็จะเป็นกำลังใจให้คุณน้าไปตลอดนะคะ

    คุณน้าอย่าลืมไปหาหมอนะคะ คุณน้าไม่ต้องกังวลเรื่องนอกตัวเลยนะคะ ขอให้คุณน้าภาวนา และภาวนาก็พอค่ะ

    รักและเคารพ
    กู้

  3. ก้อย Says:

    เข้ามาทุกครั้งที่เปิดคอม วันนี้ดีใจที่เห็นคุณแม่เข้ามา
    เสียใจที่ยังไม่ได้ไปหาคุณแม่สักที เป็นห่วงมากๆที่ได้ข่าวว่าแม่ไม่สบาย
    ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ เดือนหน้าลูกจะไปเยี่ยมให้ได้เลยค่ะ
    รักเสมอ
    ก้อย

  4. สายศีล Says:

    หะ หะ หะ อาจอาญ…โค่นต้นท้อ อยากหัวร่อให้ฟันหัก จะงอนกันไหมเนี่ยอิอิ

    มัวไปวุ่นว่ายอยากโค่นต้นท้อ เลยมองไม่เห็น ต้นหญ้าปากคอก….ที่ขึ้นกลบ
    ต้นท้อมาติดๆ เด้อ

    พี่ธิดา…จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ดูมันไปเท่าที่มันดูได้นั่นแหละค่ะ

    หลายวันมานี่หลงไปกับโลกๆ สนุกเสียนักหนา ก็ยังเป็นคนอยู่นี่สนุกก็รู้ว่าสนุก
    สนุกแล้วจะบอกว่าไม่สนุกได้อย่างไรใช่ไหมคะ

    วันนี้ตอนเช้าเห็นอวิชาตัวโต โผ่ลมาแบบไม่ทันระวังตัว…ก็โง่อย่างนี้นี่เล่าอิอิ

    หลงโกรธเข้าเต็มเปา หลงโทษเหตุปัจจัยที่ทำให้เราโกรธ …เอ ดูไปดูมาเออ..
    ไอ้ที่โทษนั่นนะ โทษผัสสะที่มากระทบตากระทบใจทั้งนั้นเลย…ดันไม่โทษใจ
    ตัวเองที่โง่อยู่หลงอยู่ …โส นะน่า ตัว เอ เจง เจง

    ทั้งๆที่เห็นอยู่รู้อยู่ก็ไม่วายนะ ยึดความโกรธ อยู่หลายชม. กรรมแท้ๆ ช่างหัวมัน
    แต่ทั้งหมดทีเกิดขึ้นก็ สำรวม กาย วาจา ใจ ไว้ได้ดีพอสมควรค่ะ มันก็อยู่ข้างใน
    นี่แหละ ดูมันปั่นป่วนแล่นไปแล่นมา

    พอสักพัก ก็ดีขึ้น มันดับไปเป็นธรรมดา เพราะมันไม่ได้ไปย้ำคิดย้ำทำกับความคิด
    ที่มันผ่านไปแล้ว คุณของการรู้สึกตัวอยู่บ่อยๆ ทำให้ไม่โกรธนาน ไม่หลงนาน
    ไม่ย้ำคิด ย้ำทำนาน

    วันนี้เล่าแค่นี้ค่ะ เราจะค่อยๆเดินไปด้วยกันนะคะพี่

    บุญรักษา

  5. Mookooja Says:

    สวัสดีค่ะคุณน้าสายศีลและคุณน้าธิดา

    ชอบที่จะเข้ามาอ่านบล๊อกของคุณน้าธิดา และอ่านที่คุณน้าสายศีลตอบค่ะ

    สาธุนะคะ
    กู้

  6. ปาน Says:

    สวัสดีครับคุณแม่ธิดา
    ดีใจด้วยครับกับการได้ไปฟังธรรมจากพระอาจารย์
    ค่อยๆทำไปนะครับ ดูตามธรรมชาติของเราที่รับได้
    เราพอที่จุดไหนโดยปราศจากอวิชชา จุดนั้นสามารถจะบรรลุธรรมได้
    เอาใจช่วยเสมอครับ สาธุ สาธุ สาธุ
    วันที่ 9 ธค นี้จะไปถวายพระทองคำที่วัดพระธาตุพนม
    เพื่อนๆเภสัชเขาช่วยกันหล่อถวายเป็นพุทธบูชาครับ
    ขอบุญที่ทำนี้ ช่วยให้คุณแม่ธิดาได้มีความสุขในพระธรรม ยิ่งๆขึ้นไปนะครับ

  7. j Says:

    สวัสดีค่ะคุณป้า……เข้ามาอ่านในเว็บนี้ทุกวัน…คิดถึงมากมายนะค่ะ…..น้อยรอการอ่านข้อความคุณป้าฉบับใหม่อยู่นะค่ะ

  8. Mookooja Says:

    คุณน้าคะน้องกอบแจ้งว่า ที่เข้าไม่ได้อาจจะเพราะรหัสผ่านเป็นภาษาไทยก็ได้ครับ
    น้องเค้าขอรหัสผ่านใหม่มาด้วยก็ได้ครับ เผื่อจะต้องเปลี่ยนใหม่ ทั้งของน้าธิดาและของลูกชายด้วยน่ะค่ะ คุณกอบจะตั้งเป็นตัวเลขง่าย ๆ ให้ ถึงเข้าได้ ถ้าคุณน้าอยากเปลี่ยน คุณกอบก็จะได้เปลี่ยนให้ใหม่ค่ะ

  9. ลูซี่ Says:

    เข้ามาสวัสดีคุณแม่คนสวยหน่อยคะ
    อิอิ
    คิดถึงแม่นะ
    ใกล้จะวันคริสมาร์ทแล้ว
    คุณแม่คงกระชุ่มกระชวยกับเพลงชิงกาเบว แน่ๆ
    พร้อมๆไปกับ เพลงวันปีใหม่
    ช่วงนี้เป็นช่วงที่จะต้องกอบโกยความสุขในวันเทศกาลแบบนี้
    ปีใหม่ที่จะถึง2553นี้ ขอให้คุณแม่ธิดาแข็งแรง และมีสุขภาพที่ดีตลอดไป
    รักและคิดถึงคุรแม่คะ วันนั้นไปทานอาหารกันคงสนุกสนานกันมากเลยนะคะคุณแม่ขา

  10. j Says:

    ตอนนี้คุณป้าเป็นอย่างไรบ้างค่ะ…..คิดถึงจังรออ่านข้อความอยู่คะ ……เห็นหายไปนานๆๆน้อยเป็นห่วงคะ

  11. j Says:

    สวัสดีปีใหม่แบบไทยๆๆ ล่วงหน้าสองชั่วโมงครึ่งนะคะ

  12. j Says:

    ป้าค่ะ เดี๋ยวนี้ป้าไม่เข้ามาเว็บนี้เลยเหรอค่ะ..คิดถึงนะค่ะ ….น้อยติดต่อมือถือป้าไม่ได้โทรไปเขาบอกว่าไม่ใช่เบอร์ป้าค่ะ

  13. รัชพล Says:

    รู้สึกดีมากผมก็ท้อกับชีวิตจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวครอบคุณครับผมแพ้มาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ผมจะค่อยๆไม่รีบร้อนปล่อยสลายมันไปกิเลสตันหา

Leave a Reply